Best Drupal HostingBest Joomla HostingBest Wordpress Hosting

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มีสมาชิก ผู้ใช้ 0 คน และผู้เยี่ยมชม 0 guests กำลังออนไลน์

เช็ครถยนต์จมน้ำ - น้ำท่วมรถยนต์จะดูแลรักษาอย่างไรให้เสียหายน้อยที่สุด

ปี 2554 น้องน้ำมาเยือนเกือบทุกหมู่บ้านในกรุงเทพ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างกว่าอุทกภัยในปี 2538 เพราะปัจจุบันเรามีการพัฒนาบ้านเมืองไปมากแล้ว หนึ่งในทรัพย์สินมีค่าที่หลายๆ คนยินดีเสี่ยงด้วยการนำไปฝากไว้ตามสถานที่ลับหูลับตาจากบ้านคือ รถยนต์ คันที่รอดก็โล่งใจแต่ก็ยังมีอีกหลายพัน หลายหมื่นคันที่จมอยู่ในน้ำนับเดือน คำถามคือเราจะตรวจเช็คความเสียหายก่อนซ่อมรถยนต์อย่างไรให้ถูกจุด วันนี้มีคำแนะนำดีๆ มาฝากคุณๆ ผู้ปกครองกันนะครับ

 
  1. ป้องกันความเสียหายกับอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จึงแนะนำให้รีบถอดแบตเตอรี่รถยนต์ออกเป็นอันดับแรก
  2. รักษาก้านสูบและก้านกระทุ้งวาล์วไม่ให้หักงอ จึงไม่ควรรีบติดเครื่องยนต์เพราะน้ำที่ยังอัดอยู่ในเครื่องจะสร้างความเสียหายต่อชิ้นส่วนสำคัญนี้ ในรถยนต์รุ่นเก่าชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์บางอย่างก็หายาก ถึงแม้จะเป็นอะไหล่รถยนต์มือสองจากตลาดเชียงกงก็แทบจะไม่มี เพราะฉะนั้นอย่าเสี่ยงนะครับ
  3. ป้องกันถุงลมนิรภัยทำงานโดยไม่จำเป็น แนะนำให้ทำต่อหลังจากที่ปลดขั้วแบตเตอรี่ โดยเช็คให้แน่ใจว่าคุณได้ปลดฟิวส์ถุงลมนิรภัยออกแล้วเพื่อป้องกันการลัดวงจรไฟฟ้า หลายหมื่นนะครับ
  4. รักษาเกียร์อัตโนมัติกับระบบขับเคลื่อน ในขณะที่รถคุณแช่น้ำนานๆ หรือขับรถลุยน้ำ แรงดันของน้ำที่เกิดขึ้นอาจจะเข้าไปผสมกับน้ำมันเกียร์ ระบบเฟืองท้ายจึงให้รีบล้างทำความสะอาดและเปลี่ยนน้ำมันทั้งระบบ
  5. ตรวจเช็คระบบระบายความร้อนด้วยการล้างทำความสะอาด เอาเศษหิน ดินทราย เศษวัชพืช แล้วเติมน้ำยาระบายความร้อน น้ำยาหล่อลื่นและน้ำยารักษาโลหะผสมใหม่ทั้งหมด
  6. ตรวจเช็คระบบห้ามล้อ แค่ล้อรถยนต์จมน้ำไปสักครึ่งล้อติดต่อกันเพียงหนึ่งวัน น้ำมันเบรคก็จะถูกน้ำเข้าไปผสมและผ้าเบรคก็จะพองตัว ควรถอดล้อออกมาล้างทำความสะอาดแล้วอัดจารบี เปลี่ยนน้ำมันเบรคใหม่คือข้อแนะนำที่ปลอดภัยที่สุด
  7. ระบบสตาร์ทเตอร์ ถึงแม้ว่ารถยนต์ของคุณไม่ได้จอดจมน้ำแต่ก็ขับลุยน้ำติดต่อกันหลายๆ ครั้งก็แนะนำให้ตรวจเช็ค ซึ่งปกติแล้วหากเสียหายไม่มากก็ซ่อมแซมได้
  8. ป้องกันการเข้าเกียร์ยากด้วยการตรวจเช็คตั้งแต่แผ่นคลัตซ์ จานคลัตซ์ และลูกปืนคลัตซ์เพราะน้ำที่ปะปนเข้าไปจะทำให้เกิดเสียงดังและเข้าเกียร์ยาก
  9. ป้องกันแร็คพวงมาลัยเสียหายด้วยการล้างทำความสะอาด อัดน้ำมันและเปลี่ยนซีลกันน้ำใหม่
  10. ตรวจเช็ครีเลย์ ระบบเซ็นเซอร์ และรวมถึงสวิตช์ไฟ กล่องฟิวส์ว่าทำงานปกติหรือไม่
  11. ป้องกันคอมแอร์เสียหายด้วยการถอดชุดคลัตช์มาทำความสะอาดแล้วค่อยใส่กลับไปใหม่
  12. ป้องกันระบบจานจ่ายทำความเสียหายต่อระบบไฟด้วยการ เช็คว่าไฟหน้า ไฟหลังมีน้ำขังอยู่หรือไม่ แน่นอนถ้ามีก็ให้รีบเอาน้ำออกแล้วเช็ดทำความสะอาด
  13. ตรวจเช็คระบบสายพาน อีกหนึ่งชิ้นส่วนราคาถูกแต่อาจจะสร้างความเสียหายใหญ่หลวงถ้ามองข้าม สายพานที่แช่น้ำนานๆ อาจจะสึกและขาดในระหว่างขับขี่ แนะนำให้เปลี่ยนใหม่ทั้งชุดครับ
 
รถรุ่นใหม่ๆ จะมีประกันภัยรถยนต์คุ้มครองความเสียหายทั้งหมดอยู่แล้วจึงไม่น่าวิตกกับค่าใช้จ่าย แต่สิ่งที่น่าห่วงคือประสิทธิภาพการทำงานของรถหลังซ่อมแซมอาจจะไม่ดีเท่าเดิม จึงแนะนำว่าผู้ที่เป็นเจ้าของรถควรมีการศึกษาข้อมูลดูแลรักษารถยนต์เบื้องต้นไว้บ้าง
 

เนื้อหาต่างๆในเว็บ เป็นการสร้างขึ้นของผู้ใช้งานและต้องเป็นผู้รับผิดชอบตามกฏหมาย การสร้างเนื้อหาที่คัดลอกมาจากที่อื่น ควรจะทำการอ้างอิงที่มาของข้อมูลด้วย

ล็อกอิน

CAPTCHA
การตรวจสอบนี้ เพื่อยืนยันว่าท่านเป็นมนุษย์ที่ใช้งาน ไม่ใช่โปรแกรมที่เขียนขึ้น
3 + 0 =
Solve this simple math problem and enter the result. E.g. for 1+3, enter 4.

 299 หมู่ 5 ถนนศาลายา - บางภาษี ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม รหัสไปรษณีย์ 73170

Tel: 02-4313614-5, 034-297663   fax: 034-297664